ศปภ.เผยสถิติอุบัติเหตุสยองในเทศกาลสงกรานต์ปีเสือ ผ่านไปแค่ 2 วัน ยอดพุ่งทะลุเป้า ตายไปแล้ว 114 ศพ บาดเจ็บกว่า 1,500 คน แฉดื่มเหล้าเมาแล้วขับยังเป็นต้นเหตุหลัก โดย เฉพาะโจ๋นักบิดซิ่ง จยย.ไปเกิดอุบัติเหตุสูงสุด "โคราชและอุบลราชธานี" ยังไล่บี้แย่งกันครองแชมป์คนตายเท่ากันอยู่ที่ 7 ศพ ขณะที่การเล่นสาดน้ำทั่วประเทศยังคงชุ่มฉ่ำ ถนนข้าวสาร นักท่องเที่ยวไทย-เทศเริ่มกลับมาแล้ว หลังม็อบเสื้อแดงย้ายจากสะพานผ่านฟ้า ไปชุมนุมสมทบที่สี่แยกราชประสงค์แทน ส่วนในตัวเมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวยึดคลองคูเมืองสาดน้ำกันสนุกสนาน "หลวงพ่อคูณ" เตือนสติคนไทยให้รักสามัคคี มีเมตตา ลดโทสะโมหะ อย่าทะเลาะ เบาะแว้ง เพราะอยู่แค่ไม่เกินร้อยปีก็ตายจากกันแล้ว
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์ อำนวยการป้องกันและลดอุบัติความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เม.ย. 53 วันที่ 2 ในการรณรงค์ "สงกรานต์นี้ ขับขี่ปลอดภัย คน ไทยรักกัน" เกิดอุบัติเหตุ 870 ครั้ง เพิ่มจากปีก่อน 7 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.81 ผู้เสียชีวิต 69 คน ลดลงจากปีก่อน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 14.81 ผู้บาดเจ็บ 929 คน ลดลง 11 คน ร้อยละ 1.17 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่เมาสุรา ร้อยละ 47.01 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 20.11 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.69 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 59.20 บนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 32.99 ถนน อบต.หมู่บ้าน ร้อยละ 32.53
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ กลางคืน ร้อยละ 62.64 โดยเฉพาะช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 32.64 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม วัยแรงงานร้อยละ 55.21 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช 45 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 5 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช 51 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุมี 4 จังหวัด ได้แก่ ตราด ยะลา สมุทรปราการ และอำนาจเจริญ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 46 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บมี 4 จังหวัดได้แก่ ตราด ยะลา สมุทรปราการ และอำนาจเจริญ
นายอนุชากล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (12-13 เม.ย.53) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,427 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 497 ครั้ง ร้อยละ 53.49 ผู้เสียชีวิตรวม 114 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19 คน ร้อยละ 20 ผู้บาดเจ็บรวม 1,536 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 544 คน ร้อยละ 54.84 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสูดคือ นครศรีธรรมราช 62 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ นครราชสีมา อุบลราชธานี 7 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ นครศรีธรรมราช 71 คน จังหวัดที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุได้แก่ ตราด สมุทรปราการ อำนาจเจริญ จังหวัดที่ไม่มี ผู้เสียชีวิตมี 29 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บมี ตราด สมุทรปราการ อำนาจเจริญ ซึ่งจากสถิติอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุหลักจากการเมาสุรา และขับรถเร็ว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกมาเล่นสาดน้ำและเมาสุรา
ด้าน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานของทีมแพทย์กู้ชีพฉุกเฉินทั่วประเทศ ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทุกประเภทและผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ตั้งแต่วันที่ 12-13 เม.ย. ทีมแพทย์กู้ชีพฉุกเฉินทั้งหมด 7,882 ทีมทั่วประเทศ ออกปฏิบัติการช่วยชีวิตประชาชนที่เจ็บป่วย รวม 6,093 ครั้ง เฉลี่ยออกนาทีละ 2 ครั้ง เป็น อุบัติเหตุจราจรมากที่สุด 2,757 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ รถจักรยานยนต์และเมาสุราร่วมด้วย รองลงมาคือการป่วย กะทันหัน เช่น ช็อกหมดสติ 2,185 ครั้ง ที่เหลือเป็นอุบัติเหตุอื่นๆ เช่น จมน้ำ 29 ครั้ง ถูกทำร้ายร่างกาย 490 ครั้ง ทั้งนี้ ในการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินของทีมแพทย์กู้ชีพ เป็นการให้บริการฟรีทั้งหมด โดยประชาชนแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศยังคงคึกคัก เริ่มที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ทยอยเข้ามาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารทั้งหลายเริ่มจะใจ ชื้น และขายสินค้าที่เตรียมไว้ได้บ้างแล้ว สร้างความดีใจให้พ่อค้าแม่ค้าอย่างมาก ทั้งนี้ นายสุรัตน์ วิชาญศิลป์ นายก สมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารกล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยไว้แล้ว แต่เป็นเฉพาะถนนข้าวสาร เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้า ย้ายไปปักหลักชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ กันหมดแล้วนั้น คาดว่าในวันที่ 15 เม.ย. ซึ่ง เป็นวันสุดท้ายของการเล่นสาดน้ำที่ถนนข้าวสาร น่าจะมี นักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นสงกรานต์กันมากขึ้นกว่าทุกวัน
ส่วนบรรยากาศในตัวเมืองเชียงใหม่ ยังคงคลาคลํ่าไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในช่วงเช้าชาวเชียงใหม่พากันเข้าวัดทำบุญสรงน้ำพระปักตุงชัย และก่อพระเจดีย์ทราย ส่วนในช่วงบ่ายบริเวณรอบคลองคูเมืองเชียงใหม่ ระยะทาง 6 กม. มีผู้คนนับหมื่นแห่ไปเล่นน้ำกันแน่นขนัด โดยเฉพาะถนนมณีนพรัตน์ หน้าวัดป่าเป้า มีชาวไทยใหญ่หลายพันคนมาจองพื้นที่ริมคูเมืองระยะทางกว่า 300 เมตร เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน การจราจรติดขัด ตำรวจต้องจัดกำลังไปอำนวยความสะดวก ด้านการจราจร และรณรงค์ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบคูเมืองอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้คดีทะเลาะวิวาทไล่ตีกันลดลงอย่างมาก
ที่วัดกู่ม่านมงคลชัย ถนนวงแหวนสายสันกำแพง-ดอยสะเก็ด ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีประเพณีปอยส่างลอง หรือบรรพชาสามเณร ของชาวไทยใหญ่ จำนวน 10 รูป มีหลวงพ่อพระราชปริยัติเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีชาวไทยใหญ่จำนวนมากเข้าร่วมขบวนแห่ลูกแก้วจากหมู่บ้านสันปูเลย ไปตามถนนสายดังกล่าว มาที่วัดกู่ม่านมงคลชัย ซึ่งประเพณีปอยส่างลอง หรือการบวชลูกแก้วนั้น นับเป็นความปลื้มปีติของบิดามารดาที่ลูกชายได้บรรพชาสามเณร เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ และเรียนพระปริยัติธรรม ในประเพณีดังกล่าวยังจัดให้มีการตานตุงเงินตุงทอง เพื่อสมทบทุนหารายได้สร้างพระวิหารของวัดด้วย
ขณะที่เทศบาลเมืองกำแพงเพชรร่วมกับพี่น้องประชาชนจัดริ้วขบวนแห่ผ้านำขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดียาราม ที่วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร ซึ่งประเพณีนี้จัดสืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ มีเพียงแห่งเดียวในเขตภาคเหนือตอนล่าง ส่วนที่หน้าบริษัททิพย์เคเบิ้ลทีวี ถนนเทศา 1 ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร มีการจัดงานสงกรานต์หรรษาปาร์ตี้แดนซ์ขึ้น โดยติดตั้งเวทีขนาดใหญ่ แสดงดนตรี มีการเต้นของโคโยตี้สาวสวย การเต้นบีบอย รวมไปถึงปาร์ตี้โฟมหน้าเวที และยังได้ติดตั้งอุโมงค์น้ำพุ นำน้ำมนต์ 8 มงคลมหาสงกรานต์ใส่ลงไปในถังน้ำ ก่อนฉีดพ่นเป็นอุโมงค์ น้ำ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่ขับรถผ่าน และบรรดาวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ต่างเข้ามาเต้น เล่นโฟม เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน
ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีพิธีสรงน้ำพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ พระเกจิชื่อดัง มีประชาชนเข้าร่วมพิธีนับพันคน ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณกล่าวว่า "เออ นี่ก็ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทยได้มาถึงอีกแล้ว พวกเราชาวไทย ต้องมีความรักสามัคคีกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน ให้มีเมตตาต่อกัน มีเรื่องมีราวอะไรก็ปรึกษาหารือกัน คนไทยเหมือนกันพูดกันรู้เรื่อง อย่าให้มันรุนแรงหลาย จะได้อยู่สบายใจ ถ้าต่างคนไม่ลดละโทสะโมหะก็อันตราย ทะเลาะเบาะแว้งมันไม่ดี ไม่พอร้อยปี เดี๋ยวก็ตายจากกันด้อก อย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเด้อลูกหลานเอ๊ย กูก็บอกพวกมึงได้แค่นี้แหละ" จากนั้นหลวงพ่อคูณลงจากศาลาการเปรียญไปทำพิธีสรงน้ำในอ่างยักษ์ขนาด 2 พันลิตร ที่หน้าอุโบสถ ซึ่งลูกศิษย์นำน้ำมาเทใส่ไว้จนเต็มอ่าง หลวงพ่อคูณหย่อนเท้าลงแช่ในอ่างน้ำเพียงชั่วครู่ เสร็จแล้วกลับขึ้นไปบนศาลาฯ ขณะที่ลูกศิษย์ต่างนำขวดพลาสติกมาแย่งกันตักน้ำในอ่าง นำกลับไปเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว
ด้านนายสุเทพ เกื้อสังข์ ผอ.ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช กล่าวว่า บรรยากาศการเล่นสงกรานต์ของ จ.นครศรีธรรมราช ปีนี้มีความคึกคัก ประชาชนกลับมาเล่นสงกรานต์ที่บ้านเกิด ส่งผลให้ที่พักใน อ.สิชล ขนอม และท่าศาลา เต็มหมด ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดได้จัดประเพณีแห่นางดาน ที่หอพระอิศวร มีขบวนแห่ที่สวยงาม และมีการแสดงมินิไลต์แอนด์ซาวนด์ สำหรับพิธีแห่นางดาน เป็นประเพณีทางศาสนาพราหมณ์ที่มีเพียงแห่งเดียวใน ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีตรียัมปวายหรือประเพณีโล้ชิงช้า จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์ทุกปี เพื่อให้ อนุชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมที่กำลังจะเลือนหายไป ที่สำคัญในปีนี้สำนักงาน ททท.กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้นำสื่อมวลชน และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวมาสังเกตการณ์ประเพณีแห่นางดาน เพื่อนำกลับไปเสนอขายนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนในปีต่อไปด้วย
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น